ข้ามการนำทางลิงก์
Golf Science - A man golfing

ศาสตร์แห่งสุขภาพ

เพราะสุขภาพนั้นคาดเดาไม่ได้ ให้ข้อมูลจาก Garmin ช่วยปลดล็อกความลับของร่างกายคุณ

อัตราการเต้นของหัวใจ*

อัตราการเต้นของหัวใจคืออะไรและมันบอกอะไรเราได้บ้าง?

อัตราการเต้นของหัวใจคือจำนวนการเต้นของหัวใจต่อนาที การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจเป็นวิธีที่ชัดเจนและสะดวกในการวัดความหนักของการออกกำลังกายและบอกข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ อัตราการเต้นของหัวใจเป็นหนึ่งในสัญญาณชีพที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ซึ่งอัตราจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ และลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ โดยทั่วไปแล้วอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ใหญ่ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 75 ครั้งต่อนาที (bpm) (ระหว่าง 60 - 100 bpm)

โดยทั่วไปแล้วอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ใหญ่ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 75 ครั้งต่อนาที (bpm) (ระหว่าง 60 - 100 bpm)

อัตราการผันแปรของการเต้นของหัวใจ (HRV)

รู้หรือไม่ว่าอัตราการเต้นของหัวใจของคุณไม่ได้มีจังหวะที่มั่นคงอยู่เสมอ?

อัตราการผันแปรของการเต้นของหัวใจ (HRV) คือความผันแปรระหว่างจังหวะการเต้นของหัวใจของคุณแต่ละครั้ง

หัวใจของคุณไม่ได้เต้นเป็นจังหวะคงที่เหมือนเครื่องให้จังหวะเมโทรนอม อันที่จริงแล้ว ความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจเป็นเรื่องปกติและถือว่าแข็งแรงดี ข้อมูล HRV สามารถใช้ในการวัดตัวบ่งชี้ทางกายภาพเช่นความเครียด, body battery, ปริมาณการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2 สูงสุด) และ lactate threshold อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบออพติคัลของ Garmin ยังสามารถใช้ค่า HRV เพื่อประเมินคุณภาพการนอนหลับของคุณได้

อัตราการผันแปรของการเต้นของหัวใจ (HRV)

เพื่อทำความเข้าใจวิธีที่ Garmin ใช้ HRV เพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้ กุญแจสำคัญคือการรู้ว่าทำไมอัตราการเต้นหัวใจของคุณเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

หัวใจถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ (ANS) ซึ่งควบคุมการทำงานของร่างกายโดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยใช้สติ ANS มีสองส่วนหลักได้แก่ ระบบประสาทซิมพาเทติก และระบบประสาทพาราซิมพาเทติก เมื่อคุณมีความเครียด ระบบประสาทซิมพาเทติกจะเริ่มทำงาน ระบบประสาทจะทำให้ ANS อยู่ในสถานะเตรียมพร้อม ในทางกลับกัน ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกจะทำงานเมื่อร่างกายได้พักผ่อนและไร้ความกังวล นั่นหมายความว่า เมื่อระบบประสาทซิมพาเทติกทำงาน อัตราการเต้นของหัวใจของคุณมักจะเพิ่มขึ้นและจะมีจังหวะที่สอดคล้องกันมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับการลดลงของความแปรผันของอัตราการเต้นของหัวใจ

ในทางตรงกันข้าม เมื่อระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงาน อัตราการเต้นของหัวใจของคุณจะช้าลง เมื่อความต้องการทางร่างกายของคุณได้รับการตอบสนอง หัวใจของคุณไม่จำเป็นต้องเต้นบ่อย หัวใจจะไม่เต้นถี่เท่าปกติแต่การเต้นจะชัดเจนกว่าตอนที่เครียด กล่าวอีกนัยหนึ่งความผันแปรของอัตราการเต้นหัวใจของคุณเพิ่มขึ้น ด้วยความสอดคล้องที่กล่าวมาข้างต้น การวัด HRV จึงเป็นวิธีที่เหมาะในการติดตามการทำงานร่วมกันระหว่างสองส่วนของระบบประสาทอัตโนมัติและประเมินระดับความเครียดของร่างกาย ซึ่ง HRV ที่สูงขึ้นหมายถึงความเครียดที่ลดลง

Garmin ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจอย่างไร?

เมื่อสวมใส่อุปกรณ์ที่มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคัล Garmin Elevate คุณจะสามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้ทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมง อุปกรณ์จะตรวจจับและแสดงอัตราการเต้นของหัวใจของคุณทันทีแบบเรียลไทม์ และโดยการใช้แอป Garmin Connect คุณสามารถดูข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจในระยะยาวเพื่อระบุแนวโน้มและเข้าใจสุขภาพของคุณได้ดียิ่งขึ้น

Heart Rate อุปกรณ์จะตรวจจับและแสดงอัตราการเต้นของหัวใจของคุณทันทีแบบเรียลไทม์ และโดยการใช้แอป Garmin Connect คุณสามารถดูข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจในระยะยาวเพื่อระบุแนวโน้มและเข้าใจสุขภาพของคุณได้ดียิ่งขึ้น

อัตราการหายใจ

อัตราการหายใจเป็นการวัดจำนวนลมหายใจเฉลี่ยของคุณในแต่ละนาที (brpm) ในแต่ละวัน โดยใช้เทคโนโลยีวัดอัตราการเต้นของชีพจรแบบออพติคัล อัตราการหายใจที่ต่ำในขณะที่ร่างกายของคุณนอนหลับพักผ่อนมักเป็นสัญญาณของการมีสุขภาพที่ดี ในวัยผู้ใหญ่ระหว่างพัก ปกติแล้วจะมีอัตราการหายใจอยู่ที่ระหว่าง 12 ถึง 20 ครั้งต่อนาที

หากอัตราการหายใจของคุณขณะพักสูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก็สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหรือคุณภาพอากาศได้

อัตราการหายใจเป็นการวัดจำนวนลมหายใจเฉลี่ยของคุณในแต่ละนาที (brpm) ในแต่ละวัน โดยใช้เทคโนโลยีวัดอัตราการเต้นของชีพจรแบบออพติคัล ในวัยผู้ใหญ่ระหว่างพัก ปกติแล้วจะมีอัตราการหายใจอยู่ที่ระหว่าง 12 ถึง 20 ครั้งต่อนาที

การติดตามความเครียด

ข้อมูลความเครียดแสดงถึงอะไร?

ข้อมูลความเครียดมาจาก HRV ของคุณ สถานการณ์ที่มีความเครียดส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ โดยทั่วไป HRV ที่ต่ำกว่าหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังมีความเครียด ในทำนองเดียวกัน HRV ที่สูงขึ้นสามารถบ่งบอกถึงการลดลงของระดับความเครียด หรือแสดงว่าคุณสามารถทนต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้ดีขึ้น การฝึกซ้อม กิจกรรมการออกกำลังกาย การนอนหลับ การได้รับสารอาหารและความกดดันในชีวิตประจำวัน ล้วนมีอิทธิพลต่อระดับความเครียดของคุณทั้งนั้น

ระดับของความเครียดจะถูกคำนวณในระดับจาก 0 ถึง 100 คะแนนจาก 0 ถึง 25 หมายถึงระดับความเครียดต่ำ 26 ถึง 50 หมายถึงระดับความเครียดปานกลาง 51 ถึง 75 หมายถึงระดับความเครียดสูง และ 76 ถึง 100 หมายถึงระดับความเครียดสูงมาก ฟังก์ชั่นนี้สามารถช่วยให้คุณเข้าใจระดับความเครียดในชีวิตประจำวันของคุณและทำการปรับเปลี่ยนได้อย่างทันท่วงทีเพื่อรักษาระดับความเครียดไม่ให้สูงจนเกินไป

การติดตามความเครียด การติดตามความเครียด

เมื่อคะแนนความเครียดของคุณเกิน 50 คุณสามารถ …

  1. ยืนขึ้นและออกไปเดินเล่น หลับตาลงแล้วหายใจลึก ๆ
  2. พักสมองจากสิ่งที่คุณกำลังโฟกัส หรืออาจจะฟังเพลงผ่อนคลายสักหน่อย
  3. อาบน้ำหรือนอนพักเพื่อให้โอกาสร่างกายได้ฟื้นฟู

ระดับความเครียดที่เหมาะสมช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น แต่ความเครียดที่มากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา ไม่มีคำตอบที่แน่นอนเสมอไปสำหรับวิธีการบรรเทาความเครียด ต้องลองหลากหลายวิธีต่าง ๆ เพื่อค้นหาสิ่งที่เหมาะกับคุณ

stress score

Body Battery

Body Battery วิเคราะห์ HRV ระดับความเครียดคุณภาพการนอนหลับและระดับกิจกรรมประจำวันเพื่อวัดค่าพลังงานทางกายภาพ

โดยแสดงระดับพลังงานบนเกณฑ์ 0 ถึง 100 ระดับพลังงานสูงมากเท่าไหร่หมายความว่ายิ่งมีพลังงานที่คุณสามารถจะสนุกไปกับกิจกรรมมากเท่านั้น หากคะแนนต่ำเกินไปจะเป็นสัญญาณที่ร่างกายควรพักผ่อน

Body Battery ช่วยให้คุณจัดการกิจกรรมประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อระดับพลังงานสูงขึ้นหมายความว่าคุณมีพลังงานทางร่างกายและจิตใจเพียงพอที่จะฝึกซ้อม และเมื่อระดับพลังงานต่ำลงจะบอกได้ว่าร่างกายควรจะต้องพักได้แล้ว การติดตามคะแนน Body Battery สามารถช่วยปรับปรุงกิจวัตรประจำวันของคุณได้ ตัวอย่างเช่น หาก Body Battery ต่ำในตอนเช้าคุณสามารถตรวจสอบข้อมูลกิจกรรมของวันก่อนหน้าเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุว่าทำไมจึงมีพลังงานต่ำ

Body Battery Body Battery

ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2)*

อุปกรณ์ Garmin ใช้เซ็นเซอร์ Pulse Ox เพื่อคำนวณค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด Pulse Ox เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการตรวจจับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ระบบหัวใจและหลอดเลือดของเรามีหน้าที่กระจายออกซิเจนไปทั่วร่างกาย ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) เป็นตัวบ่งชี้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและการทำงานของร่างกาย ด้วยการติดตามความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดคุณจะสามารถเข้าใจร่างกายของคุณได้ดีขึ้น จากรายงานของ Mayo Clinic ระบุว่าเมื่อร่างกายอยู่ระหว่างพักเมื่ออยู่บนพื้นที่ราบ ควรมีความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดอยู่ระหว่าง 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และหากค่าต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะถือว่าอยู่ในระดับต่ำเกินไป

ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2)

หากคุณทำกิจกรรมบนภูเขาสูงหรือบนสถานที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล SpO2 สามารถช่วยคุณประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและติดตามการเพิ่มหรือลดของความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดเมื่อระดับความสูงเปลี่ยนแปลง การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงใน SpO2 ในระหว่างการนอนหลับของคุณนั้น มีประโยชน์เพื่อการระบุความผิดปกติของการนอนหลับและการติดตามในขณะที่ตื่นขึ้นมา และสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมรรถภาพทางกายของเราภายใต้เงื่อนไขทุกประเภท ช่วยให้คุณสามารถติดตามแนวโน้มสุขภาพในระยะยาวของคุณได้

ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) จากรายงานของ Mayo Clinic ระบุว่าเมื่อร่างกายอยู่ระหว่างพักเมื่ออยู่บนพื้นที่ราบ ควรมีความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดอยู่ระหว่าง 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และหากค่าต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะถือว่าอยู่ในระดับต่ำเกินไป

การตรวจสอบการนอนหลับขั้นสูง

การตรวจสอบการนอนหลับขั้นสูงเทคโนโลยีตรวจสอบการนอนหลับจะวิเคราะห์ข้อมูลจากอัตราการเต้นของหัวใจ HRV ระดับออกซิเจนในเลือด การหายใจและระดับการทำกิจกรรม ในการนอนหลับทุกๆ คืนจะเกิดการนอนในระยะที่แตกต่างสลับกันไป: การหลับตื้นหรือครึ่งหลับครึ่งตื่น (light sleep) การหลับลึก (deep sleep) และช่วง REM (ช่วงการหลับที่มีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็ว)

Light Sleep、Deep Sleep and REM Sleep ระยะที่ 1. การหลับตื้นหรือครึ่งหลับครึ่งตื่น (light sleep): เมื่อร่างกายของคุณกำลังจะเข้าสู่การนอนหลับลึก การเคลื่อนไหวของดวงตาและกล้ามเนื้อจะลดลง การนอนหลับแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายของคุณผ่อนคลาย

ระยะที่ 2. การหลับลึก (deep sleep): ในระหว่างการนอนหลับลึก การเคลื่อนไหวของดวงตาและการทำงานของกล้ามเนื้อจะหยุดลง และอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจก็จะช้าลง ร่างกายของคุณเข้าสู่โหมดการซ่อมแซม สร้างกระดูกและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ระยะที่ 3. ช่วง REM (ช่วงการหลับที่มีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็ว): เมื่อร่างกายออกจากช่วงการหลับลึก ระยะของแต่ละช่วงการนอนจะเพิ่มขึ้นจากระยะเวลาที่สั้นลงเป็นระยะเวลานานขึ้น ช่วง REM คือช่วงการนอนที่เกิดการฝัน เป็นเวลาที่สมองมีการตื่นตัวเหมือนตอนเราตื่นอยู่ ช่วง REM มีความสำคัญต่อการก่อตัวของความทรงจำและการประมวลเรื่องราว
* อุปกรณ์บางชนิดไม่รองรับการวัดออกซิเจนในเลือดและการตรวจจับอัตราการหายใจ


เราจะปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับได้อย่างไร?

  1. ฝึกฝนรูปแบบการนอนหลับให้เป็นปกติ พยายามเข้านอนและตื่นนอนตามเวลา
  2. ก่อนนอน ให้หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นและพยายามกินในปริมาณปานกลาง วิธีนี้คุณสามารถหลีกเลี่ยงอาการอาหารไม่ย่อยหรือความหิวที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับของคุณ
  3. พยายามทำกิจกรรมออกกำลังกายในตอนเย็น การเพิ่มความแตกต่างของอุณหภูมิร่างกายระหว่างกลางวันและกลางคืนจะช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทมากขึ้น

ปัจจัยอื่น ๆ อาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งรวมถึงอายุ สภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงระหว่างโซนเวลา คุณภาพการนอนหลับในคืนก่อนหน้า ยาที่ใช้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และความผิดปกติของการนอนเช่น โรคนอนเกิน (hypersomnia) และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (apnea)


ให้คะแนนการนอนหลับของคุณทุกคืน

วิดเจ็ตติดตามการนอนหลับบนสมาร์ทวอทช์ของ Garmin จะวิเคราะห์อัตราการผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ HRV อัตราการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวของร่างกาย และเวลาที่นอนหลับ เพื่อให้คะแนนการนอนทุกคืนของคุณ นาฬิกาจะตรวจจับคุณภาพการนอนหลับของผู้ใช้ในแต่ละช่วง ซึ่งรวมถึงระยะหลับตื้น ระยะหลับลึก ช่วง REM (ช่วงที่มีการฝัน) และการตื่น ซึ่งจะพิจารณาจากการวัดทางสรีรวิทยาของผู้ใช้และข้อมูลการฝึกในระหว่างวัน เพื่อคำนวณคะแนนการนอนหลับและให้คำแนะนำกับคุณ

โดยคะแนนจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ

  • 100 คะแนน: เป็นการนอนหลับที่ดีมาก เวลานอนของคุณเพียงพอและช่วงเวลานอนหลับส่วนใหญ่เป็นการนอนหลับที่ช่วยฟื้นฟูและให้ร่างกายได้พักผ่อน
  • 80-99 คะแนน: การนอนหลับของคุณอยู่ในระดับดีและพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ
  • 50-79 คะแนน: การนอนหลับของคุณอยู่ในระดับปานกลาง
  • 0-49 คะแนน: คุณภาพการนอนหลับของคุณควรได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

ขอแนะนำให้ผู้ใช้ติดตามการนอนหลับทุกวัน และค่อยๆ ปรับกิจวัตรการนอนหลับเพื่อให้ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ได้คะแนนที่แม่นยำยิ่งขึ้นขอแนะนำให้ผู้ใช้สวมนาฬิกาที่ข้อมือไว้ตลอดทั้งวัน

* คุณสมบัติการติดตามการนอนหลับรองรับเฉพาะในรุ่น fēnix 6 และซีรีส์ MARQ เท่านั้น
ให้คะแนนการนอนหลับของคุณทุกคืน ให้คะแนนการนอนหลับของคุณทุกคืน ให้คะแนนการนอนหลับของคุณทุกคืน

การติดตามรอบประจำเดือน*

ฟังก์ชันการติดตามรอบประจำเดือนสามารถคาดเดาระยะเวลาของการมีประจำเดือนและระยะไข่ตกและยังช่วยให้คุณบันทึกอาการทางทางกายภาพที่เกี่ยวข้องได้ เช่นอาการปวดประจำเดือนหรือมีสิวขึ้น การเฝ้าดูข้อมูลในระยะยาวอย่างต่อเนื่องมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆ เช่นคำแนะนำทางโภชนาการบนแอป ช่วยให้คุณเข้าใจได้ดีขึ้นถึงการตอบสนองของร่างกายของคุณกับแต่ละขั้นตอนระหว่างรอบเดือนและสามารถวางแผนได้อย่างเหมาะสม

ผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติหรือผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนจะสามารถได้รับประโยชน์จากการใช้ฟังก์ชั่นนี้เพื่อติดตามภาพรวมของสภาพร่างกายของคุณและสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพทั้งหมด

การติดตามรอบประจำเดือน การเฝ้าดูข้อมูลในระยะยาวอย่างต่อเนื่องมาพร้อมกับฟีเจอร์อื่นๆ เช่นคำแนะนำทางโภชนาการบนแอป ช่วยให้คุณเข้าใจได้ดีขึ้นถึงการตอบสนองของร่างกายของคุณกับแต่ละขั้นตอนระหว่างรอบเดือนและสามารถวางแผนได้อย่างเหมาะสม

* อุปกรณ์การ์มินและส่วนประกอบต่างๆไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์และมุ่งหมายสำหรับใช้เพื่อการนันทนาการเท่านั้น ไม่ควรนำมาใช้เพื่อการวินิจฉัย รักษา บรรเทาหรือวิเคราะห์โรค หรือความเจ็บป่วยใด ๆ ผู้ใช้ควรประเมินสภาพร่างกายของตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ก่อนใช้งาน

สมัครรับ E-Newsletter